|

|
| หน้าแรก |
| |
ชาวพิจิตรรวมใจจัดประเพณีประทีปนาวาบูชาหลวงพ่อเพชร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง
22-31มกราคม 2555ณ ลำน้ำน่าน หน้าวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร |
| |
พิจิตรแปลว่าเมืองงามซึ่งมีตำนานว่าเป็นเมืองที่สร้างโดยพระยาโคตรบองเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งตั้งแต่ในสมัยกรุงสุโขทัย เรียกว่า เมืองสระหลวง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรียกว่า เมืองโอฆบุรีและเมืองนี้ยังเป็นเมืองที่เป็นถิ่นประสูติกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระนาม สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ที่8 หรือพระเจ้าเสือ ผู้ชื่นชอบกีฬาชกมวยและไก่ชนที่มีนายท้ายเรือชื่อ พันท้ายนรสิงห์ ที่ยอมถวายชีวิตเพื่อรักษากฎมณเฑียรบาลอันเป็นตำนานของความจงรักภักดีที่ยิ่งใหญ่ นอกจากนี้พิจิตรยังมีตำนานว่าเป็นเมืองพญาชาละวันที่เล่ากันว่า...ในแม่น้ำสายหนึ่งของเมืองพิจิตรมีถ้ำจระเข้แห่งหนึ่งภายในมีลูกแก้ววิเศษที่ส่งประกายสว่างไสวอยู่ตลอดเวลา จระเข้ทุกตัวที่ผ่านเข้าไปอยู่ในถ้ำจะกลายร่างเป็นมนุษย์และไม่รู้สึกหิวโหย ซึ่งถ้ำทองแห่งนี้มีพญาชาละวันเป็นเจ้าผู้ครอบครองมีนางจระเข้ 2 ตัว คือนางวิมาลาและนางเลื่อมลายวรรณ เป็นเมียคอยปรนนิบัติดูแล แต่พญาชาละวันเป็นจระเข้ที่ไม่อยู่ในศีลธรรมเหมือนดั่ง ปู่ คือ ท้าวรำไพและพ่อ คือท้าวโคจร
อยู่มาวันหนึ่งเจ้าพญาชาละวันออกจากถ้ำแปลงร่างเป็นจระเข้ใหญ่และคาบเอา นางตะเภาทอง ลูกสาวเจ้าเมืองพิจิตร มาทำเมียจนเป็นเหตุให้ชายหนุ่มชาวนนทบุรีที่มีชื่อว่า ไกรทองมาอาสาปราบจระเข้จนเป็นนิยายเล่าสืบต่อกันมา |
สำหรับจังหวัดพิจิตรมีพระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนามว่า หลวงพ่อเพชรซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนรุ่นแรกปางมารวิชัยหล่อด้วยโลหะสำริด ขัดสมาธิเพชร ซ้ายสังฆาฏิสั้นเหนือพระอุระ ขนาดหน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 6 นิ้ว สูง 3 ศอก 3 นิ้ว ประทับบนฐานที่มีรูปบัวคว่ำบัวหงายรองรับ สร้างในระหว่างปี พ.ศ.1661 ถึง 1880ถ้านับอายุก็เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีอายุประมาณ 900 ปีมาแล้วและประดิษฐานอยู่ ณ อุโบสถริมแม่น้ำน่านหน้าวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่งวัดแห่งนี้ทุกปีในต้นเดือนกันยายน ก็จะเป็นสนามที่ใช้แข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงนับได้ว่าพุทธสถานแห่งนี้เป็นศูนย์รวมใจและศูนย์รวมกิจกรรมของชาวพิจิตร |
|
| ดังนั้นเนื่องในวโรกาสปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ซึ่งถือเป็นมหามิ่งมงคลของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร และพระราชวิจิตรโมลี เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พร้อมด้วยคณะสงฆ์และชาวจังหวัดพิจิตร จึงได้พร้อมใจกันกำหนดให้ในช่วงระหว่างวันที่ 22-31มกราคม 2555 จะจัดให้มีประเพณีไหลเรือไฟ ประทีปนาวาบูชาหลวงพ่อเพชร ขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ท่าน |
ซึ่ง พระเมธีธรรมประนาท ท่านเจ้าคุณปรีชาเจ้าคณะอำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งเป็นคณะทำงานได้เล่าว่า...ประเพณีไหลเรือไฟเป็นพิธีกรรมที่พุทธศาสนิกชนนิยมทำกัน โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีภูมิประเทศ หรือ มีวัดติดกับแม่น้ำโดยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าที่ประทับไว้ที่ริมฝั่งน้ำนัมทานที ซึ่งในพุทธประวัติกล่าวว่า...เมื่อครั้งที่พญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธองค์ไปแสดงธรรมในพิภพของนาคใต้เมืองบาดาลเมื่อพระองค์จะเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ ฝ่ายพญานาคได้ทูลขอให้ประทับรอยพระบาทไว้ที่ริมฝั่งน้ำนัมทานที เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของเหล่าพญานาครวมถึงเหล่าเทวดาและเหล่ามนุษย์ด้วยการแสดงออกในการบูชา ด้วยการไหลเรือไฟบูชารอยพระพุทธบาทดังกล่าวและทำสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตกาลเป็นประเพณีนิยมของหมู่ชาวอีสานจนแพร่ศรัทธาประเพณีไปทั่วทุกภาคของไทยในทุกวันนี้ |
|
จึงเป็นที่มาของชาวจังหวัดพิจิตรที่มีศรัทธาในองค์หลวงพ่อเพชรซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน จึงได้จัดประเพณีงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตรขึ้นเพื่อบูชาพุทธานุภาพแห่งองค์หลวงพ่อเพชรขึ้นด้วยการจุดประทีปแขวนบนลำเรือลอยน้ำเพื่อบูชาองค์หลวงพ่อเพชร เพราะมีความเชื่อว่าแสงสว่างแห่งดวงประทีป แสงแห่งศรัทธา ความสว่างแห่งปัญญา มีจักษุทิพย์ ( ตาทิพย์ )มีสติปัญญาในการศึกษาเล่าเรียน การทำงาน ผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคได้ด้วยดี หากเกิดเป็นเทวดาจะมีรัศมีกายสว่างมาก |
สำหรับผู้ที่ได้มีส่วนร่วมในการบริจาคทรัพย์เพื่อจุดดวงประทีปในการบูชาหลวงพ่อเพชรและบูชาในรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าที่ประทับไว้ที่ริมฝั่งน้ำนัมทานที ตามพุทธประวัตินั้นจะเสริมสร้างสิริมงคล 8 ประการ คือ
1.ทำให้เกิดปัญญา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งประทีป
2.ทำให้สว่างไสวรุ่งเรือง ผู้ถวายย่อมทำให้มีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ
3.ทำให้คลี่คลายเรื่องราวต่างๆ ที่มีปัญหาให้ร้ายกลายเป็นดี
4.เจริญไปด้วยมิตรบริวาร
5.ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย
6.เมื่อจากโลกนี้ไปย่อมมีกายทิพย์อันสว่างไสว
7.เมื่อลาลับโลกนี้ไปย่อมไปสู่สุคติสวรรค์
8.หากบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาจักษุ คือปัญญารู้แจ้งเข้าสู่พระนิพพาน |
|
ดังนั้นในช่วงระหว่างวันที่ 22-31 มกราคม 2555 จะเป็นช่วงจัดงานนมัสการหลวงพ่อเพชร ซึ่งภายในงานจัดให้มีมหรสพคอนเสิร์ตจากศิลปินดังและการจำหน่ายสินค้าราคาถูกแต่เฉพาะในภาคค่ำ 3 ชั่วโมงเต็ม ของวันที่22,26,28,30 มกราคม 2555 ที่บริเวณอัฒจันทร์ริมแม่น้ำน่าน(ที่เคยใช้นั่งชมงานแข่งเรือจุคนได้ 2 หมื่นคน) ก็จะจัดให้ชมฟรี!!! แสง สี เสียง ย้อนตำนานหลวงพ่อเพชรอันศักดิ์สิทธิ์และตำนานเมืองชาละวัน...รวมถึงตำนานถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ...และชมการไหลเรือไฟกลางลำน้ำอย่างยิ่งใหญ่ควบคู่กับการจุดพลุที่จะสว่างไสวตระการตาเต็มท้องฟ้า อันเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย |
|
จึงขอเชิญชวนพุทธบริษัททั้งหลายร่วมกันสร้างดวงประทีปเพื่อบูชาองค์หลวงพ่อเพชร ตามจำนวนเท่าอายุของแต่ละท่าน แล้วอานิสงส์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็จะเกิดขึ้นแก่ท่านและครอบครัวอย่างแน่นอน สร้างดวงประทีปบูชาหลวงพ่อเพชร ดวงละ 19 บาท ติดต่อได้ที่วัดท่าหลวง พระอารามหลวง หรือที่ท่านเจ้าคุณปรีชา E-mail: pcha1969@hotmail.com ///// |
| |
| แบ่งปันข่าว | |
|
|