หน้าแรก
 
 
 

                   พิจิตรพื้นที่ประสบภัยแล้งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นใน 5 อำเภอ 193 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อนทั่วหน้า ส่วนราชการ การปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งช่วยเหลือแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค

                   วันนี้ 22 มีนาคม 2555 นายกฤชเพชร  เพชระบูรณิน หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัดพิจิตร ที่ขณะนี้ส่อเค้าความแห้งแล้งรุนแรงมากขึ้น โดยพบว่าห้วยหนองคลองบึงและแหล่งน้ำสาธารณะในหลายพื้นที่เริ่มแห้งขอด โดยเฉพาะพื้นที่ ที่อยู่ติดกับเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ โดยล่าสุดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งแล้ว 5 อำเภอ ประกอบไปด้วยอำเภอเมืองพิจิตร อำเภอสากเหล็ก อำเภอวังทรายพูน อำเภอบางมูลนาก และอำเภอทับคล้อ  รวม 22 ตำบล 193 หมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่ที่เดือดร้อนคือ หลายหมู่บ้านขาดน้ำในการผลิตระบบน้ำประปาเพื่อการอุปโภคและบริโภค เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นดินปนทราย อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวไม่มีแม่น้ำไหลผ่านรวมถึงอยู่นอกเขตชลประทาน ซึ่งไม่มีระบบการส่งน้ำ สำหรับความช่วยเหลือนั้นขณะนี้ภาคราชการและปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับงบประมาณอำเภอละ 1 ล้านบาททำการจัดหาน้ำประปาเร่งออกแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน วัด โรงเรียน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องแล้วกว่า 2 แสนลิตรในส่วนของพื้นที่ทำการเกษตรกว่า 5 หมื่นไร่ ใน 5 อำเภอดังกล่าวก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือต่อไปส่วนอำเภออื่นๆที่คาดว่าอาจจะต้องประกาศพื้นที่ภัยแล้งในระยะอันใกล้นี้จะอยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยมโดยเฉพาะอำเภอสามง่าม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และอำเภอวชิรบารมี  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เวลาหน้าน้ำก็จะถูกน้ำท่วมทุกปี และเมื่อถึงหน้าแล้งก็จะเกิดภาวะภัยแล้งซ้ำซากทุกปีด้วยเช่นกัน

พิจิตรภัยแล้งลุกลามประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ5อำเภอ193หมู่บ้าน

                   แต่ในปีนี้ปริมาณน้ำมีมากจึงมีการผันน้ำจากแม่น้ำน่าน  และน้ำจากคลองชลประทาน รวมถึงน้ำจากแม่น้ำปิง จ.กำแพงเพชร ผันผ่านคลองส่งน้ำเข้ามาในพื้นที่และระบายลงแม่น้ำยมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจึงทำให้ประชาชนในลุ่มแม่น้ำยมมีน้ำใช้จนถึงวันนี้ยังมีน้ำในแม่น้ำยมสูงเกือบ 2 เมตร จึงทำให้ปีนี้ได้รับผลกระทบลดน้อยลงกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำเพื่อการบริโภค และเพื่อการเกษตร แต่ขณะนี้เขื่อนต่างๆเริ่มชะลอการระบายน้ำสู่ใต้เขื่อนน้อยลงจึงคาดว่าในเร็ววันนี้จังหวัดพิจิตรอาจจะต้องเปิดสถานการณ์ภัยแล้งเพิ่มเติมในพื้นที่ลุ่มน้ำยมต่อไปสำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังในปีนี้ประมาณ 5 แสนไร่เศษนั้นในปีนี้ได้ผลผลิตค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ในเขตชลประทานของสำนักชลประทานที่ 3 ที่มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและจ่ายน้ำมาให้จนเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร อีกทั้งมีการส่งน้ำจากแม่น้ำปิง จากสำนักชลประทานที่ 4 เข้ามายังพื้นที่นอกเขตชลประทานของจังหวัดพิจิตรอีก 200 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อทำการเกษตรโดยเกษตรกรในปีนี้มีน้ำต้นทุนเพียงพอในการทำนาปรังแต่อย่างไรก็ตาม ปภ.พิจิตร กล่าวเตือนว่า...เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูนาปรังแล้วในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ทางจังหวัดพิจิตร จะเร่งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกรไม่ควรทำนาปรังครั้งที่ 3 เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ซึ่งจะทำให้พืชผลการเกษตรเสียหายได้ดังกล่าว                

 
แบ่งปันข่าว |