อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทยแนะรัฐนำข้าวสารในสต็อก15 ล้านตันทำ “น้ำมันเอทานอล”

 

            ปธ.อุสาหกรรมเมืองชาละวัน อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เสนอทางออกระบายข้าวในสต๊อกทั้งของทางรัฐบาล และ ในมือโรงสี รวมๆแล้วกว่า 15 ล้านตัน เพื่อให้นำไปทำน้ำมันเอทานอล โดยให้ ก.วิทยาศาสตร์ จับมือ กับ ก.พลังงาน  ใช้เงินกองทุนน้ำมันดำเนินการมั่นใจทำราคาข้าวตลาดโลกพุ่งแน่ ถึงยุคน้ำมันบนดิน ไทยเจ้าโลกทั้งพืชอาหารและพลังงาน

            วันนี้ 2 มิ.ย. 2553 นายบรรจง  ตั้งจิตวัฒนกุล ประธานอุตสาหกรรมและยังเป็นอุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกรับซื้ออยู่ที่ตันละ 7,500 บาท ซึ่งตกต่ำมากและมีผลกระทบต่อชาวนา รวมถึงราคาส่งออกก็ลดลง ยิ่งช่วงนี้ปริมาณน้ำน้อย  ภัยแล้ง เพลี้ยกระโดด ก็ทำให้ปริมาณข้าวลดลง ทำให้ชาวนาต้องชะลอการทำนา แต่ก็ไม่มีผลทำให้ราคาดีขึ้น ถึงปริมาณข้าวมีน้อยก็ทำให้มีผลกระทบต่อกิจการโรงสีแต่ไม่รุนแรงแต่อย่างใด แต่ที่กระทบคือปริมาณข้าวสารในสต็อกที่อยู่ในมือเถ้าแก่โรงสีกว่า 10 ล้านตันในมือของรัฐบาลอีก 5 ล้านตัน ซึ่งระบายขายไม่ออก ถ้าจะขายก็ขาดทุนเพราะราคาข้าวสารเหลือแค่ตันละ 300 กว่าเหรียญสหรัฐเท่านั้น ซึ่งขาดทุนเห็นๆคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้าน ทั้งเรื่องโครงการประกันรายได้เกษตรกรและเรื่องการขายข้าวส่งออก

            ดังนั้นจึงอยากเสนอแนวทางแก้ไขว่า   รัฐบาลควรเปลี่ยนวิธีดำเนินการใหม่ด้วยการเอาข้าวสารในสต็อก สัก 2 – 3 ล้านตันให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ และ กระทรวงพลังงาน นำข้าวสารเหล่านั้นไปกลั่นทำเป็นพลังงานเชื้อเพลิง “น้ำมันเอทานอล” ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าได้ด้วย เพราะข้าว 100 กก. จะทำแอทานอลได้ 30 กก. โดยกระทรวงพลังงานเอาเงินกองทุนน้ำมันมาดำเนินการ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวขยับตัวขึ้นทันที อีกทั้งลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้อีกด้วย

แต่ผลที่ได้ทางตรงคือเกษตรกรจะได้รับผลดีจากราคาข้าวที่จะขยับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งถ้าทำได้ตลอดไปก็จะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานบนผิวดินจากธัญพืช เพราะประเทศไทยเรามีข้าวมากมายมหาศาล

            นอกจากนี้ นายบรรจง อดีตประธานชมรมโรงสีข้าวพิจิตร ยังพูดถึงการที่รัฐบาลจะแจกข้าวสารคนจน 60 ล้านถุง แต่จะแจกคนละ 1 กก. ว่า ไม่เกิดประโยชน์เพราะน้อยเกินไป เสียเวลาดำเนินโครงการ ถ้าจะแจกก็อย่าต่ำกว่า 10 กก. หรือถ้าใจถึงก็แจกครอบครัวละ 1 กระสอบไปเลย จะเป็นการดี ชาวบ้านจะได้เอาไปหุงกินไม่ใช่แจกเป็นของชำร่วยหรือของที่ระลึก ถ้าแจก 1 กก. จริง บอกตรงๆว่าอายมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือ ร่วมกตัญญู ที่แจกชาวบ้านแต่ละคราวมากกว่ารัฐบาลทำเสียอีก ส่วนโรงสีไม่กระทบอยู่แล้วเป็นการระบายข้าวในสต็อก ดีเสียอีก