| |
|
 |
|
| |
|
หยุดชั่วคราวโรงไฟฟ้าชีวมวล
เอ.ที. ไบโอพาวเวอร์ พลังแกลบพิจิตร...วิกฤติ วัตถุดิบขาดแคลน |
|
หยุดชั่วคราว...โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังแกลบวิกฤติหนัก เหตุวัตถุดิบขาดแคลน ประกาศ หยุดเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า หวั่นกระทบต่อระบบความมั่นคงของสาธารณูปโภค เหตุรัฐปล่อยผุดโรงงานแย่งกันใช้วัตถุดิบ แนะ ก.พลังงานและภาครัฐต้องทบทวนนโยบายการใช้วัสดุเหลือใช้ให้เป็นระบบ
|
วันนี้ 12 ต.ค. 52 นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEO บริษัท เอ.ที. ไบโอพาวเวอร์ จำกัด หรือโรงผลิตไฟฟ้าพลังแกลบ ซึ่งตั้งอยู่ที่ 99 หมู่ 2 ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงไฟฟ้ากำลังประสบปัญหาวิกฤติขาดแคลนแกลบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบจากการแปรรูปข้าวเปลือก โดยที่โรงงานดังกล่าว จะใช้แกลบเป็นวัตถุดิบผลิตกระแสไฟฟ้า มากถึงวันละ 550 ตันต่อวัน โดยจะรับซื้อจากโรงสีในเขตจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก ในราคาตันละ 1,050 บาท ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้วันละ 20 เมกะวัตต์ เพื่อขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อันเป็นการใช้วัสดุเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์ และเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ข้าว ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และโรงสีมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการทำการเกษตรและการทำโรงสี แต่ปรากฏว่า ช่วงนี้แกลบที่ใช้เกิดขาดตลาด เหตุเป็นเพราะรัฐบาลให้ใบอนุญาตกับโรงงานไฟฟ้าชีวมวลลักษณะเดียวกันเพิ่มมากขึ้น โดยมิได้มองถึงวัตถุดิบที่มีภายในประเทศ ว่าปีหนึ่ง ๆ ประเทศไทยผลิตข้าวได้ประมาณ 30 ล้านตันต่อปี ผลิตภัณฑ์แกลบก็จะมีเพียง 6 7 ล้านตันต่อปี ซึ่งต้องจัดสรรการใช้ให้เหมาะสม ซึ่งนอกจากโรงผลิตไฟฟ้าชีวมวล หรือ โรงไฟฟ้าพลังแกลบจะต้องใช้แกลบเป็นวัตถุดิบแล้ว โรงงานปูนซีเมนต์ ฟาร์มไก่ โรงเตาเผาอิฐ และอีกหลายธุรกิจ ก็ยังมาแย่งใช้แกลบเป็นวัสดุ จึงทำให้ความต้องการใช้งานมีมากกว่าวัตถุดิบ จึงเป็นเหตุให้โรงงานไฟฟ้าชีวมวล หรือ โรงงานไฟฟ้าพลังแกลบพิจิตร ขณะนี้ไม่มีวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า จึงต้องสั่งหยุดกิจการตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ และยังคาดว่าอาจจะต้องหยุดยาวไปถึงกลางเดือนพฤศจิกายน จึงจะมีผลผลิตข้าวเปลือกป้อนเข้าสู่โรงสีเพื่อแปรรูปเป็นข้าวสารและมีแกลบเป็นวัสดุเหลือใช้ขายให้กับโรงงานไฟฟ้าชีวมวล หรือ โรงงานไฟฟ้าพลังแกลบพิจิตร ให้สามารถดำเนินกิจการได้อีกครั้ง แต่ในส่วนของคนงาน เจ้าหน้าที่ จำนวน 80 คน ทางโรงงานก็ยังคงว่าจ้าง และจ่ายเงินเดือนให้ตามปกติ เพราะเป็นเหตุสุดวิสัยที่ผู้บริหารจะต้องแสดงความรับผิดชอบ |
|
|
นายนที สิทธิประศาสน์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEO บริษัท เอ.ที. ไบโอพาวเวอร์ จำกัด หรือโรงผลิตไฟฟ้าพลังแกลบ |
|
นายนที CEO โรงงานไฟฟ้าชีวมวล เอ.ที. ไบโอพาวเวอร์ หรือ โรงงานไฟฟ้าพลังแกลบพิจิตร กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในภาพโดยรวมคือการที่ โรงงานหยุดผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนี้ อาจมีผลกระทบต่อระบบความมั่นคง ของสาธารณูปโภค เพราะการจ่ายกระแสไฟจะต้องนำกระแสไฟบางส่วนมาจากที่อื่น ซึ่งกระแสไฟจะมาตามสายอาจมีผลให้แรงดันไฟฟ้าลดลงหรือสูญหาย ระหว่างการถ่ายเทพลังงาน ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่เกิดกระแสไฟฟ้าตก และมีผลต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ควรต้องมีหม้อแปลงไฟสำรองเป็นตัวป้องกันระบบความปลอดภัย
|
|
|
| |
นอกจากนี้ โครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา ก็เป็นผลกระทบต่อการขาดแคลนแกลบซึ่งเป็นวัตถุดิบของโรงงานไฟฟ้าชีวมวล หรือ โรงงานไฟฟ้าพลังแกลบพิจิตร เพราะรัฐบาลสั่งการให้โรงสีทำการรับจำนำข้าวเปลือกจากชาวนา แต่ข้าวสารค้างสต็อกขายออกนอกประเทศไม่ได้ ข้าวสารเต็มโกดัง ข้าวเปลือกที่รับจำนำเข้ามาใหม่จึงไม่มีคำสั่งให้แปรรูปเป็นข้าวสาร ก็เลยทำให้ไม่มีแกลบหมุนเวียน จนเป็นเหตุให้โรงงานไฟฟ้าชีวมวล หรือ โรงงานไฟฟ้าพลังแกลบพิจิตร ต้องหยุดกิจการดังกล่าว |