วงการศึกษาพิจิตรวุ่นประถม-มัธยมแบ่งขั้วเปิดศึกชิงอาคาร

 
           วันนี้ 7 ธันวาคม 2553 นายมานพ ดีมี ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 41 ที่ในความรับผิดชอบดูแลสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาของ จ.พิจิตร 30 โรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาของ จ.กำแพงเพชร 62 โรงเรียน มีนักเรียนที่อยู่ในความดูแล กว่า 5 หมื่นคน และครูผู้สอน กว่า 2 พันคน ได้เปิดเผยภายหลังการเรียกประชุมผู้บริหารสถานศึกษาทั้ง 62 โรงเรียน จากพิจิตรและกำแพงเพชร ที่ห้องโสตทัศนศึกษาของร.ร.พิจิตรพิทยาคม ว่า ที่ผ่านมาในช่วงพ.ศ.2544-2551 ได้มีการวิจัยว่าระบบการศึกษาล้มเหลวในการผลิตและพัฒนาครู ครูมัวใส่ใจแต่การทำวิทยฐานะครูให้สูงขึ้น แต่ระดับการศึกษาของเยาวชนกลับต่ำลง ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ครูใฝ่หาแต่อุปกรณ์เทคโนโลยี ที่ทันสมัย  แต่ได้มากลับใช้ไม่เป็น ดังนั้นกระทรวงศึกษาปัจจุบันจึงได้เกิดการปฏิรูปการศึกษาขึ้นในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 41 ปัญหาขณะนี้คือขาดที่ทำการภายในจังหวัดพิจิตรจึงมาขอเรียกร้องอาคารหลวงพ่อเงิน ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินของโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม และเป็นสมบัติของ สนง.สพม.เขต 41  แต่สำนักงานการประถมศึกษาพิจิตร ได้ใช้อาคารดังกล่าวอยู่ จึงอยากจะขอคืนเพื่อเป็นที่ทำการให้บริการเพื่อนครูในภารกิจต่างๆ แต่ทาง สนง.สพทพิจิตรเขต 1 กลับไม่พร้อมที่จะส่งมอบตัวอาคารให้ จึงได้ทำเรื่องขอคืน 2 ครั้งก็เงียบเฉย

           ซึ่งแหล่งข่าวรายงานว่า สนง.สพทพิจิตรเขต 1 จะขอเรียกร้องขอค่าขนย้าย 2.9 แสนบาท ซึ่งทางสนง.สพม.เขต 41  ก็ไม่ตอบตกลงและมีข้อมูลฟังได้ว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้อนุญาตให้เข้าไปใช้ เป็นลายลักษณ์อักษร เวลาขอให้ย้ายออกกลับจะมาอ้างเหตุผลดังกล่าวจึงฟังไม่ขึ้นและกลายเป็นข้อถกเถียงหันหลังให้กัน จากข้อพิพาทของผู้บริหารการประถมศึกษาและผู้บริหารมัธยมศึกษาของ จ.พิจิตร ในขณะนี้จึงส่งผลให้ผู้ปกครองหลานคนเป็นห่วงว่าจะไปกระทบกับเด็กและเยาวชนในการจัดระบบการศึกษาและจัดกิจกรรมกีฬาต่างๆ ที่ตอนนี้มีข่าวผู้บริหารครูประถมกับมัธยมกลายเป็นขมิ้นกับปูนไปเสียแล้ว 

           ในส่วนของนายสุวิทย์  วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ว่ายังไม่ทราบเรื่องความร้าวฉานของ สนง.สพม.เขต 41  กับ สนง.สพทพิจิตรเขต 1 และไม่เชื่อว่าจะมีการเรียกค่าขนย้าย 2.9 แสนบาท อย่างที่เป็นข่าวลือ เพราะการใช้เงินของทางราชการต้องเข้าสู่ระบบงบประมาณทั้งรายรับ-รายจ่าย แต่ถ้าจะเรียกร้องกันเป็นการส่วนตัวก็ผิดกฎหมายเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ ซึ่งคนระดับมีการศึกษาคงไม่มีการทำเช่นนั้นแน่ ในส่วนของ สนง.สพม.เขต 41  ถ้าเร่งด่วนในระยะนี้แล้วต้องการอาคารที่ทำการก็อยากเชิญชวนว่า ศูนย์ราชการศาลากลางจังหวัดพิจิตรชั้น 3 ก็ยังมีพื้นที่ว่างและเป็นห้องใหญ่โต สามารถมาใช้เป็นที่ทำการได้เลย ไม่ต้องไปเร่งขับไล่ให้เป็นที่บาดหมางกันอย่างที่เป็นข่าวอยู่นี้ เพราะถ้าครูขาดความสมานฉันท์ผลกระทบก็จะไปตกกับเยาวชน

ล่าสุด นายมานพ ดีมี ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 41 ได้โทรศัพท์มาชี้แจง กับผู้สื่อข่าว ว่า การประถมกับมัธยมมิได้แบ่งขั้วกันอย่างที่เป็นข่าวข้างต้น แล้วก็ไม่ได้มาทวงอาคารหรือขับไล่แต่ยอมรับว่าเคยทำหนังสือบอกกล่าวเท่านั้นเอง ส่วนความสัมพันธ์กับผู้บริหารของ สนง.สพทพิจิตรเขต 1 ก็รักใคร่แน่นแฟ้นกันดี จึงจะไม่ส่งผลในทางลบหรือทางที่เสียหายกับเยาวชนและแวดวงการศึกษาของจังหวัดพิจิตร ดังกล่าว